แนวโน้มการเจริญเติบโตด้านเทคโนโลยีในช่วงระหว่าง 2021 – 2028 หากใช้สมมติฐาน เมื่อเทียบกับการวัด % ของอัตราเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate : CAGR) จะเห็นว่า

Blockchain จะเป็นเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มสูงสุด แม้ว่ามูลค่าการตลาดในปีนี้จะอยู่ที่ 395-พันล้านเหรียญในปี 2021 เป็น 48,394-พันล้านเหรียญ ในอีก 8 ข้างหน้า นั้นหมายถึงความนิยมเพิ่มขึ้นของ Blockchain น่าจะถึงขั้นสุดเมื่อเทียบกับเรื่องอื่น ๆ

ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงว่า Digital Technology จะใน 8 ปี ข้างน่าจะมีการประยุกต์ใช้ Blockchain กันอย่างแพร่หลายในทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่ในหน่วยงานภาครัฐทั่วโลก

เราอาจจะได้เห็นเรื่องของ Blockchain นำมาใช้ในหลายๆเรื่อง หรืออนาคตกันอีกหลายเรื่อง เช่น

1. หนังสือค้ำประกันการประมูล ปัจจุบันริเริ่มกันไปแล้ว ที่ กรมบัญชีกลาง
2. หนังสือคำประกันสัญญา
3. หนังสือหลักทรัพย์ค้ำประกันศาล
4. เอกสารโฉนดที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนที่ดินทำกินต่าง ๆ
5. หนังสือเปลี่ยนโอนทรัพย์สินทั้ง Non-Digital และ Digital
6. เอกสารคำร้องต่าง ๆ
7. เอกสารฟ้องร้อง การพิจารณาคดีและวินิจฉัย
8. เอกสารกู้ยืม ทั้งส่วนบุคคล (P2P Lending) หรือ การกู้ร่วม
9. เอกสารพันธบัตรรัฐบาล
10. เอกสารการประมูลโครงการภาครัฐ
11. เอกสารข้อมูลการรักษาพยาบาล
12. เอกสารลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตรทางปัญญา
13. หนังสือจะซื้อจะขาย หรือหนังสือสัญญาซื้อขาย
14. หนังสือสัญญาต่าง ๆ ที่มีผลต่อธุรกรรมทางนิตินัย เป็นต้น

และยังร่วมถึงเอกสารต่าง ๆ อีกมากมายที่จำเป็นต้องจัดเก็บสถานะการดำเนินการเพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิง หรือใช้เป็นหลักฐานทางศาล เป็นต้น
ซึ่งรูปแบบเอกสารเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการจัดเก็บอยู่ตลอดช่วงระยะเวลาของชีวิตหนึ่ง

อย่างไรก็ดีเทคโนโลยี Blockchain แม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อไปในอนาคตอันใกล้ แต่ยังมีอีกมากที่จะต้องดำเนินการและกำหนดกฎเกณฑ์เพื่อการบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้กรอบ GRC ที่ทุก ๆ หน่วยงานสามารถตรวจสอบและติดตามเพื่อความปลอดภัยและโปร่งใสตามกระบวนการหรือขึ้นตอนที่เกี่ยวข้อง ด้วยคุณสมบัติของ Blockchain ที่จะเป็นประโยชน์กับหน่วยงานภาครัฐ และประชาชน คือ

1) ความปลอดภัย คือ การทำธุรกรรมแต่ละรายการได้รับการตรวจสอบภายในเครือข่ายอย่างเป็นอิสระ โดยใช้การเข้ารหัสที่ซับซ้อน เกิดความน่าเชื่อถือด้านความถูกต้องของข้อมูล
2) ความสามารถด้านการติดตาม และเป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อหรือผู้ขายสามารถติดตามตรวจสอบได้ตลอดเวลา
3) ความโปร่งใส เพราะการทำธุรกรรมผ่านเทคโนโลยี Blockchain สร้างความเชื่อมั่นและตรวจสอบสถานะได้ตลอดเวลา
4) ด้านการตรวจสอบบัญชี ก็จะสามารถเก็บบันทึกข้อมูลได้อย่างต่อเนื่องและไม่มีกำหนด จึงสามารถดำเนินการตรวจสอบได้ตลอดเวลา
5) ประสิทธิภาพของการดำเนินการ เช่น การทำธุรกรรมระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเกิดความสมบูรณ์ ลดงานเอกสาร รวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย

นอกเหนือจากเรื่อง ทางการเงิน การผลิตและการค้าปลีก ตัว Blockchain ก็ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่หน่วยงานของรัฐน่าจะพึงพิจารณานำมาประยุกต์ใช้และสร้างให้เป็นบรรทัดฐานเพื่อการดำเนินการไปสู่ความเป็นรัฐบาลดิจิทัลต่อไป อย่างไรก็ตาม ในดีมีเสีย และในเสียก็มีดี เทคโนโลยี Blockchain แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็อาจจะนำมาซึ่งข้อเสียอื่น ๆ ได้หากไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วน

ที่มา: #Gartner #IDC #UNCTAD #WorldEconomicForum #GrandViewResearch #Consensys #DGA #DGTi #DigitalGovernment #blockchain