การเกษตรแม่นยำสูง คืออะไร

การเกษตรแม่นยำสูง หรือ Precision Agriculture คือ รูปแบบการเกษตรที่นำเอาเทคโนโลยีและการจัดการข้อมูลมาใช้ภายในฟาร์ม เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่ในฟาร์มให้มีความเหมาะสมและแม่นยำยิ่งขึ้น และได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในเชิงประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรมการเกษตร หัวใจสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการเกษตร คือ เพื่อลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากเกษตรกรสามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้ พื้นที่เกินกว่าครึ่งของประเทศออสเตรเลียเป็นพื้นที่การเกษตรสำหรับการผลิตอาหาร มีทั้งเพื่อบริโภคภายในประเทศและเพื่อการส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยธุรกิจการส่งออกมีความสำคัญกับประเทศออสเตรเลียเป็นอย่างมาก การนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการเกษตรสำคัญจะต้องไม่เพียงเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตอาหารให้ได้มากขึ้น แต่จะต้องเพื่อให้เกิดการผลิตอย่างยั่งยืนด้วย การเกษตรแม่นยำได้รับความสนใจและนำมาใช้จริงในฟาร์มในหลากหลายรูปแบบ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

Jessica Koch เจ้าของฟาร์ม Breezy Hill Ag เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรตัวอย่างที่ได้นำการเกษตรแม่นยำ ไปใช้ในฟาร์ม เทคโนโลยีที่นำมาใช้ได้แก่ Electromagnetics Soil Maps และ Variable Rate Fertilizer/Lime เพื่อระบุคุณสมบัติของดิน โดยเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อวิเคราะห์สภาพพื้นที่ว่าบริเวณใดควรมีการเติมปุ๋ยหรือปูนขาวในอัตราส่วนเท่าใดจึงจะเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด เทคโนโลยี Yield Mapping เพื่อวิเคราะห์

การเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture)
การวัดปริมาณผลผลิตและความชื้นในพื้นดินโดยใช้ข้อมูล GPS มีการใช้ Vegetation Images (Normalized Difference Vegetation Index-NDVI) เพื่อติดตามสุขภาพของพืชในฟาร์ม และระบุพื้นที่ Frosted Zone ในฟาร์ม (บริเวณหนาวจัดที่มีผลึกน้ำแข็ง) ทำให้เกษตรกรสามารถเลือกพื้นที่เก็บเกี่ยวได้ดีขึ้น เทคโนโลยีทั้งหมดนี้ช่วยให้การจัดการภายในฟาร์มให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้ด้วยเทคโนโลยี Variable Rate Lime ในฟาร์มเพียงอย่างเดียวสามารถช่วยลดรายจ่ายได้

ในด้านอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้ง เนื่องจากการใช้เซนเซอร์เพื่อวัดคุณภาพของน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งสิ่งที่ไม่คาดคิดมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งข้อมูลที่ได้ยากต่อการจัดการ Dr. Joel Dabrowski จึงเริ่มพิจารณาความเป็นไปได้ในการพัฒนาซอฟท์แวร์เพื่อให้คอมพิวเตอร์วิเคราะห์ข้อมูลที่ป้อนเข้าไปเพื่อให้เกิดการ “เรียนรู้” และ “พัฒนา” ระบบการเลี้ยงกุ้งได้เองจากข้อมูลนั้นหรือที่เรียกว่า “Machine Learning” ซึ่งเป็นการคาดการณ์สภาพแวดล้อม ในบ่อเลี้ยงกุ้งที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพกุ้งและผลผลิตกุ้งในฟาร์ม หากการพัฒนาครั้งนี้สำเร็จ ก็จะเกิดเป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยเตือนเกษตรกรถึงสภาพแวดล้อมที่อาจเป็นอันตรายต่อกุ้ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถจัดการได้ทันท่วงทีก่อนเกิดความเสียหาย

นอกจากนี้ ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ ได้มีการพัฒนาปลอกคอพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับสัตว์มีชื่อว่า “eGrazor” เพื่อติดตามและเก็บข้อมูล Real-time พฤติกรรมสัตว์แต่ละตัว และสรุปปริมาณการบริโภคของสัตว์ โดยนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการจัดการระบบการให้อาหารและหญ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยข้อมูลที่ได้ยังสามารถระบุประสิทธิภาพของสัตว์แต่ละตัวในการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อและนมได้อีกด้วย

ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดเกษตรกรรมแบบดิจิทัล ในออสเตรเลียสิ่งที่ไม่คาดคิดจะต้องมีการพัฒนาระบบการจัดการข้อมูล ลงทุนพัฒนาระบบโทรคมนาคมในฟาร์มและพื้นที่ธุรกิจ ในชนบทและควรมีผู้ดูแลด้านเกษตรกรรมแบบดิจิทัล เพื่อให้คำแนะนำแก่เกษตรกร และจัดกิจกรรมการให้ความรู้ ความตระหนักเกี่ยวกับประโยชน์ของเกษตรกรรมแบบดิจิทัลต่อไป

ที่มา https://crdc.com.au/sites/default/files/CRD18001-001%20CRDC%20P2D%20Report%20low%20res.pdf
https://blog.csiro.au/farmers-grab-technology-by-the-horns/

รูปภาพ: https://unsplash.com